Week3 : Rain

Coffee or Tea Week 3 : Rain

 

Paring : Ae x Tom

 

Rate : PG-13

 

Talk: วีคนี้แอบยากค่ะ ไม่รู้จะแต่งยังไงดีของเอาฝนเป็นองค์ประกอบแล้วกันนะคะ .. T-T

 

–  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –  –

 

 

เสียงสายฝนที่ตกกระทบพื้นอย่างหนักหน่วงส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมลดต่ำลงแม้จะมีเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิสูงกว่าด้านนอกก็ตามที

 

 

ใบหน้าหวานซุกลงกับหมอนใบนุ่ม สองมือยกขึ้นแนบหูพร้อมกับขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา

 

 

โทรศัพท์เครื่องสวยที่ถูกวางไว้โต๊ะหัวเตียงสั่นรัวจากเสียงแจ้งเตือนจากแอพพิเคชั่นที่คุ้นเคย รบกวนคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงจนมือขาวต้องยื่นไปปัดป้ายหาต้นเสียงทั้งที่ยังไม่ตื่นจากห้วงนิทราดี

 

 

เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆเปิดขึ้น กระพริบอยู่หลายครั้งเพื่อปรับโฟกัส เอื้อมมือไปหยิบแว่นประจำตัวขึ้นมาใส่ก่อนจะเลื่อนดูแจ้งเตือนที่โชว์เด่นบนหน้าจอสี่เหลี่ยม

 

 

คำอวยพรวันเกิดมากมายจากคนสนิททั้งในและนอกวงการ รวมไปถึงแฟนครับที่ถูกส่งมาทางโซเชียลมิเดียอย่างไม่ขาดสายจนใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

 

แต่จนแล้วจนรอด แม้จะเลื่อนอ่านคำอวยพรเหล่านั้นจนมีรอยยิ้มแต่กลับไม่ได้เติมเต็มสิ่งขาดหายที่ในใจรอคอยมาตั้งแต่เมื่อคืน

 

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศตอนฝนตกหรือคนบางคนไม่ยอมมาอวยพวกกันแน่ที่ทำให้เช้านี้อิศราดูจะหงุดหงิดเป็นพิเศษแม้ภายในใจลึกๆจะบอกตัวเองว่าวันนี้เป็นวันเกิดควรจะอารมณ์ดีก็เถอะ

 

 

แล้วโทรศัพท์เครื่องสวยถูกโยนลงบนเตียงนุ่มอย่างไม่ใยดีพร้อมกับใบหน้าง้ำหงอของอิศรา

 

 

นี่ จะไม่มาอวยพรกันหน่อยหรือไง ใจร้ายเกินไปแล้ว!

 

 

อิศราลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินฟึดฟัดลงไปยังชั้นล่างของบ้านทาวโฮมสองชั้นที่ตอนนี้เต็มไปด้วยของขวัญวันเกิดที่ถูกส่งมาที่บ้านล่วงหน้าหรือของที่ได้จากแฟนคลับที่ไปโชว์งานเมื่อวาน

 

 

สองเท้าก้าวไปตามช่องเล็กๆที่ถูกเว้นไว้เพื่อให้เดินด้วยความลำบากเพราะกลัวจะเผลอไปเหยียบของที่แฟนคลับให้มา มือขาวเปิดตู้เย็นก่อนจะค้นหาอาหารสำเร็จรูปที่ซื้อมาเก็บไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อหาอะไรรองท้องในตอนนี้ เพราะดูท่าฝนด้านนอกไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆเสียด้วย

 

 

เมื่อนำอาหารเข้าเวฟจนเสร็จเรียบร้อยอิศราก็ถือกล่องมานั่งที่โต๊ะอาหาร สายตาภายใต้กรอบแว่นเหลือบไปเห็นกล่องแบร์บริคขนาดกลางของพี่ชายคนสนิทที่ถูกตั้งไว้แล้วถอนหายใจเบาๆ

 

 

ขนาดพี่เป๊กที่ติดงานยังฝากเพื่อนๆเอาของขวัญมาให้

 

 

คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ เขี่ยอาหารในกล่องไปพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มมุ่ยเป็นรอบที่สองของวัน

 

 

อากาศก็ไม่ดี อารมณ์ก็ยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่..

 

 

เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเรียกความสนใจของเจ้าของบ้านให้หันมองตามต้นเสียง อิศราลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูกระจกบานเลื่อนที่ปิดสนิท

 

 

ใครมา? ฝนตกขนาดนี้

 

 

ผ้าม่านสีทึบถูกเปิดออกเผยให้เห็นบุคคลที่มายืนรออยู่หน้าประตู เจ้าของบ้านขมวดคิ้วใส่พร้อมกับเบ้ปากจนอีกคนทำท่าทางชี้ประตูสลับกับฝนที่กำลังตกอย่างหนักเป็นเชิงบอกให้รีบเปิดประตูเร็วๆ

 

 

“มาทำไม?” อิศราเอ่ยถามเสียงขุ่นหลังจากเปิดประตูให้อีกคนเข้ามา

 

 

“นึกว่าจะปล่อยให้กูตากฝนจนเปียกซะแล้ว”

 

 

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย มาไมพี่เอ๊ะ กลับไปเลย”

 

 

“อ้าว น้อยใจนะเนี่ยมาถึงก็ไล่กัน”

 

 

“ใครกันแน่ที่ควรน้อยใจอะ” อิศรายกแขนขึ้นกอดออกพร้อมมุ่ยหน้าใส่คนอายุมากกว่า

 

 

“โอ๋ไม่งอนกูสิทอม กูเอาของมาง้อ คิดว่ามึงคงงอนอยู่แน่ๆ”

 

 

สองแขนของจิรากรอุ้มเอากล่องขนาดใหญ่เกือบเท่าคนที่ถูกห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญหลากสีมาวางไว้บนพื้นที่ว่างภายในบ้าน

 

 

“อะไรอะ? ระเบิดหรอ?”

 

 

“ระเบิดบ้านมึงกล่องใหญ่ขนาดนี้ เปิดดูดิ”

 

 

อิศรามองอีกคนอย่างหวาดๆเพราะกลัวจะเล่นอะไรไม่เข้าท่าแบบรอบที่แล้วๆอีกแต่ก็ยอมแกะกล่องแต่โดยดี โดยสายตาก็ลอบมองคนที่ยืนยิ้มกรุ่มกริ่มส่งมาให้เป็นระยะ

 

 

โคตรไม่น่าไว้ใจ

 

 

“กูไม่ซื้อตุ๊กตายางให้หรอกน่า”

 

 

กระดาษห่อของขวัญถูกแกะออกจนเห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน กล่องสี่เหลี่ยมที่ถูกพิมพ์รูปหมีแบร์บริครุ่นลิมิเต็ดเด่นอยู่บนกล่อง ดวงตาของอิศราเป็นประกายราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ ไม่สนใจคนที่ยืนดูด้วยสายตาเอ็นดูและยิ้มตามท่าทีเด็กน้อยนั่น

 

 

“เอามันออกมาดูดิ”

 

 

“มาช่วยดึงหน่อย”

 

 

“ซื้อมาให้แล้วยังลำบากกูช่วยดึงอีก”

 

 

ถึงจิรากรจะบ่นอย่างนั้นแต่ก็ยอมมาช่วยคนอายุน้อยกว่าอยู่ดี

 

 

ก็อย่างว่า เมียก็เหมือนแม่คนที่สองสั่งอะไรต้องทำห้ามขัด เดี๋ยวชิบหาย..

 

 

อิศราวางกล่องลงในแนวนอนก่อนจะแกะฝากล่องดึงเอาเจ้าหมีแบร์บริคยักษ์ออกมาโดยมีจิรากรที่ช่วยจับกล่องไว้ เมื่อดึงออกมาได้เด็กชายอิศราก็ล้มตัวลงกอดแบร์บริคตัวยักษ์นั่นอย่างดีใจ

 

 

“มึงรู้ไหมว่าไอ้หมีแบร์แบร์—“

 

 

“แบร์บริค!”

 

 

“เออ แบร์บริคของมึงอะแพงชิบหาย กูต้องทำงานจนเสียงแหบเพราะไอ้หมีตัวนี้ของมึง ต้องรีบสั่งรีบจอง กูก็ยิ่งโง่ๆโซเชียล”

 

 

“..”

 

 

“กูรู้ว่ามึงคงงอนที่กูไม่ยอมอวยพรวันเกิดมึงสักที แต่กูก็เอาของขวัญมาให้มึงแล้ว รุ่นลิมิเต็ดแถมตัวใหญ่กว่าของผลิตตั้งเยอะ”

 

 

“..”

 

 

“มึงก็รู้ว่าโง่โซเชียลขนาดไหน กูเลยเลือกที่จะมายืนตรงนี้ ตอนนี้มาบอกมึงใกล้ๆ” จิรากรย่อตัวลงไปนอนคนเป็นน้องที่ตอนนี้นั่งกอดหมีแบร์บริคอยู่พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคนจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน

 

 

สุขสันต์วันเกิดนะทอม มีความสุขมากๆนะ ถึงกูจะไม่ใช่คนดีที่สุดแต่กูจะพยายามเป็นแฟนที่ดีที่สุดให้มึงเท่าที่จะทำได้ เพราะกูรักมึงนะ รักมึงแค่คนเดียว

 

 

พูดจบคนอายุมากกว่าก็ประทับจูบแผ่วเบาลงมาเพียงครู่เดียว สัมผัสแผ่วเบาไม่มีการลุกล้ำใดๆแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนจนแผ่ซ่านไปทั้งใจดวงน้อย

 

 

อิศราโผเข้ากอดคนตรงหน้าแน่น ใบหน้าหวานซบลงบนไหล่กว้างพร้อมกับน้ำหยดใส่ที่เริ่มคลอ และหยดลงบนเสื้อของจิรากร จนมือหนายกขึ้นมาลูบหัวเบาๆเป็นการปลอบประโลม

 

 

“ขอบคุณนะพี่เอ๊ะ ขอบคุณทุกอย่างเลย ขอบคุณแบร์บริค ขอบคุณที่รักทอมด้วย”

 

 

“รู้แล้วครับๆ เด็กชายอิศราหกขวบจอมขี้แย”

 

 

“ฮือ!”

 

 

“แต่เรื่องของขวัญน่ะ กูเห็นมึงบ่นอยากได้มาก”

 

 

“พี่เลยซื้อหรอ”

 

 

“เออ ก็ความสุขเมียนี่หว่า”

 

 

“พี่เอ๊ะ!”

 

 

“อ้าว เรียกเมียไม่ได้หรอ ก็ได้กั—“

 

 

“ไม่ให้เรียก! ไปยืนตากฝนข้างนอกเลยไป”

 

 

“เขินมึงก็บอกว่าเขินดิ ทำเป็นไล่กูแต่มึงก็ยังกอดกูอยู่นี่ไง”

 

 

เหมือนประโยคที่จิรากรเอ่ยขึ้นจะทำให้อิศรารู้ตัวรีบคลายอ้อมกอดออกแล้วรีบหันหน้าน่ารักที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไปทางอื่น

 

 

มันโคตรน่ารักในสายตาของจิรากร จนนึกอะไรไม่ดีๆขึ้นมาในหัว

 

 

“เออ ทอม ยังมีของขวัญอีกอย่างที่ยังไม่ให้”

 

 

อิศรารีบหันหน้ามาสบมองใบหน้าของจิรากรด้วยสายตาเป็นประกายอีกครั้ง

 

 

“แต่ต้องขึ้นไปบนห้องนะ ข้างล่างเสียงฝนมันดังน่ะ”

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อื้อ พ พี่เอ๊ะ เบาๆ อะ ..”

 

 

สองมือที่ประสานกันแน่น

 

 

สองร่างที่สอดประกันเป็นหนึ่ง

 

 

พร้อมกับเสียงหวานที่ดังคลอไปกับเสียงสายฝนที่ตกกระหนำอยู่ด้านนอก

 

 

 

 

 

 

 

สุขสันต์วันเกิดนะอิศรา 🙂

 

 

 

 

 

 

 

END ..

 

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

เหตุเกิดจากความน้อยใจน้าเอ๊ะแกค่ะ ทำไม๊ทำไมไม่ยอมมาเบิร์ดเดย์ยัยหนูอิศสักที ด้วยความที่บ้านกาวเยอะเลยมโนเอาเองว่าคนพี่คงไปอวยพรถึงบ้านเจ้าตัวซะเลย นี่แหละค่ะของจริงไม่พูดเยอะ?? – ภาษาก็ห้วนๆนิดนึงนะคะง่วงมาก นอนดึกตื่นเช้าค่ะ แล้วก็รีบปั่นเดี๋ยวไม่ทัน 555555555

 

 

ตามจริงพล็อตไม่ใช่แบบนี้เลย ..ตอนเห็นหัวข้อวีคนี้นึกถึงกระท่อมปลายนา แหม่ มันกร๊าวใจ 555555555 แต่เราแต่งฉากเรทไม่เป็นค่ะ ได้แต่ใสใส จริงจริ๊งงง

 

 

เรื่องที่สองที่ไม่รู้ตรงกับหัวข้อใหม่เพราะเอาแค่ฝนมาเป็นองค์ประกอบ คงได้เนอะ ..แต่งแบบเมาๆ ยอมรับว่าแอบอู้ค่ะ จนเกือบเดดไลน์ ความขี้เกียจแก้ไม่หายจริงค่ะๆ ยังไงก็สามารถเมนชั่นหรือคอมเม้นถึงความหมั่นไส้ยัยอิศและแฟนแก— น้าเอ๊ะนะคะเพราะเราก็เบื่อความรักคู่นี้มากค่ะ555555555

 

 

 เจอกันเรื่องหน้านะคะ จุ๊บๆ

 

(os) Got what i hate

Coffee or Tea – Week2 : แฟนหนุ่ม
Paring : เอ๊ะxทอม
Rate : PG-13

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

เคยได้ยินหรือเปล่าสำนวนโบราณน่ะ ที่ว่า เกลียดอะไรได้อย่างนั้น

 

แค่คิดว่าไม่อยากมีแฟนเป็นหมอ ไม่ได้แปลกว่าเกลียดเสียหน่อย

 

ทำไมแฟนเขาต้องเป็นหมอ แถมยังเป็นผู้ชายด้วย

 

ซึ่งความจริงนี้ทำให้อิศราเองรู้สึกย้อนแย้งกับชีวิตนี้มากๆ
 

 

จำได้ว่าครั้งแรกที่เขาบอกเพื่อนๆพี่ๆไปว่ามีแฟนหนุ่มเป็นหมอ ทุกคนพากันฮาครืนจนคนแถวนั้นหันมองปนด่าอยู่ในใจ

 

‘ไอ้เหี้ย ชีวิตมึงโคตรย้อนแย้ง’
 
‘เกลียดอะไรได้อย่างนั้นว่ะน้อง’
 

 

พูดจบก็หัวเราะกันอีกรอบพร้อมกับมือที่ตบลงบนบ่าเบาๆสองสามที

 

 

แบบจะให้พูดยังไงดีว่าเขาก็ไม่ได้อยากย้อนแย้งในชีวิตนี้ด้วยการมีแฟนเป็นหมอทั้งๆที่บอกว่าไม่อยากได้ แต่บางครั้งรักมันก็เกิดขึ้นไม่เลือกสถานการณ์กับอาชีพ – น้ำเน่าสุดๆไปเลยไหมล่ะ

 

“เราพูดจริงดิ?” คนตรงหน้าเอ่ยถามพรางหัวเราะเสียงหัวเราะจนอิศราเริ่มอาย

 

“ตลกตรงไหนพี่เอ๊ะ”

 

“ตลกทอมนั่นแหละ”

 

“มันไม่ตลกเลยนะ! ย้อนแย้งกับชีวิตสุดๆอะ”
คนอายุมากกว่าไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยกยิ้มด้วยความเอ็นดูให้คนที่เริ่มทำหน้ามุ่ย

 

ครั้งแรกที่อิศรารู้จักกับพี่เอ๊ะหรือจิรากร พวกเขาทั้งสองเป็นเพียงหมอกับคนไข้ธรรมดาทั่วไป วันนั้นอิศราจำได้ว่าเขาถูกส่งแอดมิดโรงพยาบาลเพราะอยู่ๆก็วูบขณะกำลังจะเอาแบบตกแต่งบ้านไปให้ลูกค้า

 

หลังจากนั้นเขาก็เข้าๆออกกๆโรงพยาบาลบ่อยขึ้นถ้านับจากแต่ก่อน ด้วยความที่สุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรงและบวกกับงานที่ต้องทำยิ่งทำให้เขาป่วยง่ายเข้าไปอีก และแทบจะทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลเขาก็มักจะได้หมอจิรากรเป็นคนตรวจให้จนคิดว่ามีหมอคนเดียวทั้งโรงพยาบาลหรือยังไง

 

แต่ก็เพราะเจอกันบ่อย จู่ๆหัวใจของเขาที่เคยซื่อสัตย์กลับหักหลังกันเสียอย่างนั้น เมื่อทุกครั้งที่ถูกถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก็พลันใจเต้นแรงโครมครามจนน่ากลัว แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะมองข้ามมันไปเพราะอีกคนคงทำแบบเดียวกันกับคนไข้ทุกคน

 

วันหนึ่งอิศราเจออีกคนหลังออกมาจากห้องรับยาและ(คิดว่า)อีกคนกำลังจะออกเวรพอดี พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถของโรงพยาบาลแล่นเข้ามาจอดพร้อมกับพยาบาลที่รีบวิ่งไปเรียกคนที่กำลังจะขับรถออกไปด้วยสีหน้ากังวลและเท่าที่ดูก็คงค่อนไปทางเกรงใจเสียมากกว่าแต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้ก็ดึกมากจนหมอหลายคนออกเวรไปกันหมดเหลือเพียงพยาบาลเท่านั้น

 

ร่างสันทัดของหมอเดินตามนางพยาบาลไปอย่างเร่งรีบ แต่จู่ๆสายตาคมก็หันสบมองกับสายตาอีกคู่ที่กำลังมองอยู่ไม่ไกล ร่างสันทัดหยุดเดินก่อนจะหันไปพูดกับพยาบาลสองสามคำแล้วเดินตรงมาทางอิศราแทน

 

“ป่วยอะไรล่ะเรา?”
 
“ฮ ฮะ? ป ปวดท้องครับ”
 
“มาคนเดียวหรอ?”
 
“ครับ พอดีให้พี่ข้างห้องเขาจะออกมาปาร์ตี้เลยขอติดรถเขามาน่ะครับ”
 
“แล้วจะกลับยังไง”
 
“แท็กซี่มั้งครับ”
 
“อืม งั้นรออยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน มันดึกมากแล้วอันตรายด้วย เดี๋ยวผมจะไปส่ง” ประโยคนั้นถูกเอ่ยขึ้นก่อนร่างของคุณหมอจะวิ่งหายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
 
อิศราไม่จำเป็นตรงเชื่อคำพูดของอีกคนแต่แปลกที่เขาเลือกที่จะนั่งรออยู่ตรงนั้นจนกระทั่งอีกคนออกมาแล้วไปส่งที่บ้านพร้อมกับพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเกิดเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
 
‘จีบนะ’

 

จิรากรไม่ใช่คนหวือหวาหรือโรแมนติกแต่การกระทำที่แสดงออกก็ทำให้อิศราเคอะเขินทุกครั้งตั้งแต่เริ่มจีบ ในครั้งแรกอิศราอยากจะปฏิเสธออกไป แต่หัวใจและร่างกายกลับทรยศด้วยการพยักหน้าตกลงไปอย่างงงๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆอย่างไม่เร่งรีบจนเผลอไปเกือบจะปีจนในที่สุดก็ตกลงคบกัน

 

หลังจากคบกันคนอายุมากกว่าก็ขอว่าจะคอยไปรับไปส่งเอง มีบ้างที่เขาต้องกลับบ้านเองเพราะอีกคนติดเคสด่วนแต่ก็คอยโทรมาเช็ค ไลน์ถามตลอด บางครั้งตัวเขาเองก็โผล่ไปที่โรงพยาบาลในเวลาพักเที่ยงหอบเอาห่อขนมของกินไปให้ตอนที่อีกคนมีคนไข้เยอะจนไม่ได้พัก หรือหากวันไหนจิรากรออกเวรเร็วก็จะแวะเข้ามาที่บริษัทของอิศราโดยมีของติดไม้ติดมือเป็นชาเขียวปั่นสักแก้วพร้อมกับขนมที่ซื้อมาฝากคนในบริษัท จนหลายคนเอ่ยแซว

 

พวกเขาอาจไม่มีเซอร์ไพส์ครบรอบ

 

ไม่ได้มีสตอรี่ถ่ายหรืออัพลงโซเชียลให้หลายๆคนอิจฉา

 

ไม่ได้หวือหวาแต่ก็อบอุ่นเสมอ

 

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นเวลาสี่ปีแล้วจากที่ตกลงคบกัน

 

“แล้วเราเลิกไม่อยากมีแฟนเป็นหมอหรือยังล่ะ”

 

“ก็มีอยู่นี่ ไม่รู้เลิกไหม” ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกวนพร้อมยักคิ้วแต่กลับเรียกรอยยิ้มจากคนด้านข้างมาแทน

 

ภายในรถกลับมาเงียบจากเสียงสนทนาอีกครั้ง มีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอไว้เบาๆกับแสงไฟด้านข้างถนนที่สาดส่องเข้ามาภายในรถพอให้เห็นเสี้ยวหน้าของกันและกัน

 

“ทอม”

 

“ครับ?”

 

“อยากลองเปลี่ยนจากมีแฟนเป็นหมอเป็นอย่างอื่นไหม”

 

“อะไรนะ?”

 

“เปล่า พี่แค่จะถามว่าแต่งงานกันไหม

 

คนฟังอย่างอิศราถึงกับนั่งแข็งทื่อ ในหัวสมองว่างเปล่า หัวใจที่เต้นอยู่ในอกด้วยจังหวะที่ปกติกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูระเรื่อลามไปจนถึงหู

 

“ม มาขออะไรตอนอยู่บนรถเล่า!!”

 

“ก็ขอไว้ก่อน พอถึงบ้านจะได้บอกป๊ากับม๊าเลยไง”

 

“รีบหรอ”

 

“แล้วตกลงไหม”

 

“บังคับ?”

 

“เปล่า แค่กลัวทอมไม่ตกลง”

 

มือบางของอิศราถูกกอบกุมไว้ด้วยมืออีกคู่ของคนที่กำลังขับรถอยู่ จนต้องเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างแก้เขิน ริมฝีปากบางถูกเม้มเข้าหากันเน้น ความรู้สึกสับสน ดีใจ ตื่นเต้น ตีผสมปนเปกันไปหมดจนไม่สามารถอธิบายได้

 

“พี่แค่คิดว่า นับวันพี่ยิ่งรักทอมมากขึ้น อยากตื่นมาเจอหน้าทุกเช้า นอนกอดทุกคืน อยากดูแลปกป้องไปตลอดชีวิต”

 

“หมอพูดอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรอ?”

 

“หมอก็คนนะครับ แต่หมอคนนี้พิเศษหน่อยตรงที่รักทอมมาก”

 

โอเค อิศรายอมแพ้

 

ยอมแพ้ทั้งจิรากร ยอมแพ้ทั้งใจตัวเอง

 

“ถ้ายอมแต่งแล้วอย่าทิ้งกันล่ะ”

 

อิศราหันไปยิ้มกว้างให้คนข้างๆ กระชับมือที่กุมกันไว้ให้แน่นขึ้น

 

บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องเริ่มต้นกับความสัมพันธ์ใหม่

 

ต่อไปนี้อิศราก็ได้ไม่ได้ถูกแซวว่าชีวิตย้อนแย้งที่มีแฟนเป็นหมอ

 

แต่..เขาจะมีสามีเป็นหมอต่างหากล่ะ

 

End♡

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ปล. ฟิคเรื่องแรกหลังจากที่ไม่ได้แต่งมาหลายปี ภาษาอาจจะงงๆ วนๆ ไปบ้าง ขอโทษด้วยนะทุกคน T-T
ปล. ตอบโจทย์วีคนี้ไหมก็ไม่รู้..มันออกทะเลไปไกลมากกกก